เมื่อ Hugo Boss และ Calvin Klein ประกาศเปิด shop อย่างเป็นทางการบน Tmall.com

Hugo Boss in Tmall.com

จากโพสต์ที่แล้วที่เล่าให้ฟังว่า เพียงแคมเปญเดียว Aliexpress ก็สามารถขายสินค้าที่กองเป็นภูเขาเลากา… ได้สูงเท่ากับความสูงของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก นั่นก็คือสินค้าที่ขายได้เทียบเท่ากับเอาภูเขา Everest 136 ภูเขาซ้อนกัน ไปแล้ว  ข่าวล่าสุดที่วงการ E-Commerce ของจีนสร้างความฮือฮา ให้กับวงการ E-Commerce จีนก้าวไปอีกขั้น ก็คือการที่ Brand Hugo Boss  และ Calvin Klein ได้เข้าไปเปิด virtual shops บนเว็บไซต์ Tmall.com (ซึ่ง Tmall เป็นบริษัทลูกของ Alibaba) โดย Tmall เป็นเว็บไซต์ B2C ที่ใหญ่ที่สุดในจีน

เนื้อหาอะไรบ้างที่ควรมีบนเว็บไซต์ E-Commerce ของคุณ

เนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ e-commerce

รู้จักกับเว็บไซต์ องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของอินเทอร์เน็ตก็คือ เว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์เป็นแหล่งหลักที่เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอบนอินเทอร์เน็ตเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถเข้าไปอ่านหรือชมได้นั่นเอง ในปัจจุบันองค์กรและบริษัทห้างร้านต่างๆ จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ของตนเองอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่จะใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ e-commerce ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในด้านธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วยเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ จะพบกับหน้าแรกที่เรียกว่าโฮมเพจ (Home Page) ซึ่งเป็นหน้าหลักของเว็บเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของเว็บไซต์นั้น ว่าต้องการนำเสนออะไร ซึ่งจะประกอบไปด้วยโลโก้สินค้าหรือบริการ ภาพสินค้า ปุ่มหรือเมนูที่บอกว่าในเว็บนี้แบ่งเนื้อหาเป็นกี่หัวข้อ ป้ายโฆษณาเชิญชวนให้ผู้ชมคลิกเพื่อเปิดหน้าเว็บเพจย่อยอื่นๆ เนื้อหาที่ควรมีในเว็บไซต์ เนื้อหาที่แสดงอยู่ในแต่ละเว็บไซต์นั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบใด ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะนำเสนอและจุดเด่นที่ต้องการให้มีซึ่งจะทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละเว็บไซต์แตกต่างกันออกไป แต่หลักๆ แล้วพอสรุปได้ว่าข้อมูลพื้นฐานที่ควรจะมีในเว็บไซต์ประกอบด้วยข้อมูลดังนี้ 1. ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท องค์กร ร้านค้า หรือผู้จัดทำ (About Us) คือข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อบอกให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และต้องการนำเสนออะไร เช่น วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ ประวัติและความเป็นมา สถานที่ตั้งเลขทะเบียนพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าร้านค้ามีตัวตนอยู่จริง 2. รายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Product/ Service Information) คือข้อมูลหลักที่เรานำเสนอ ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ทางธุรกิจผู้ชมจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ หรือบริการ รวมทั้งอาจมีการเปรียบเทียบราคาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ […]

ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2

marketplace

ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2 เตรียมตัวอย่างไร เพื่อขายแต่ละรูปแบบ สิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมในการเปิดร้านค้าออนไลน์ นอกจากตัวสินค้าที่จะขายแล้ว ยังจะต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ด้วย 1. ข้อมูลสร้างเว็บไซต์ -กำหนดชื่อเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ – จดชื่อโดเมนเนม เลือกโดเมนเนมให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจ -เช่าเว็บโฮสติ้ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ และเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง ให้เหมาะกับขนาดของข้อมูล และความจำเป็นในการใช้งานมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มีพื้นที่ในการจัดเก็บเพียงพอ ปริมาณข้อมูลและความเร็วที่รับ-ส่งไม่จำกัดจนเกินไป รวมทั้งมีการสำรองข้อมูลในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของระบบด้วย 2. ข้อมูลร้านค้า -ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไว้สำหรับติดต่อกับลูกค้า แสดงว่ามีตัวตนจริง -อีเมล์สำหรับติดต่อ หรือ Social Media ต่างๆ ที่ให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับร้านค้าได้ 3. ข้อมูลธุรกิจ -การสั่งซื้อสินค้า ระบุวิธีการสั่งซื้อให้ชัดเจน ควรให้ง่ายและสะดวกแก่ผู้ใช้ โดยอาจจะทำเป็นระบบตระกร้าสินค้า หรืออาจจะเป็นการสั่งซื้อทางอีเมล์ หรือมีแบบฟอร์มการสั่งซื้อเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ –การชำระเงิน ควรให้มีระบบการชำระเงินที่หลากหลาย รองรับการใช้งานได้ครอบคลุม กับกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรชำระเงินต่างๆ เป็นต้น –การจัดส่งสินค้า ควรเลือกการขนส่งที่เป็นมาตรฐาน เหมาะกับธุรกิจ […]

สต๊อคสินค้าสำคัญอย่างไร ต่อธุรกิจ E-Commerce

ecommerce-stock

จุดประสงค์ของการสต๊อคสินค้า เพื่อนต้องการให้สินค้ามีเพียงพอต่อการขาย หากสินค้าชิ้นใดขายดีก็ควรจะมีการผลิต หรือหามาเก็บไว้ในปริมาณที่มากเช่นกัน ซึ่งการนำสินค้ามาไว้ในสต๊อกก็ควรพิจารณาหลายๆอย่างประกอบด้วย เช่น สิ้นค้าขายดี อายุการใช้งาน ระยะเวลาในการเก็บรักษา ความนิยมของสินค้าในแต่ละช่วง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาสิ้นค้าไว้ขายทั้งสิ้น สต๊อคอย่างไรของไม่ขาว เงินไม่จม การจัดการสต๊อคเป็นส่วนสำคัญของการขายของบนเว๊บไซต์e-Commerce เพราะถ้าหากลูกค้าสนใจและสั่งซื้อแล้ว ก็ต้องมีสิ้นค้าพร้อมจัดส่งทุกเมื่อ จึงต้องมีการอัพเดทสต๊อคสินค้าจริงและสินค้าบนหน้าเว็บร้านค้าให้มีความสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ควรเลือกสต๊อคสินค้าแต่ละประเภทตามความต้องการของตลาดโดยขอยกตัวอย่างตามตารางด้านล่างดังนี้   การสั่งซื้อสินค้าไว้สำหรับขาย เจ้าของร้านเองควรจะสั่งซื้อในปริมาณที่พอดีกับการขาย ไม่กักตุนสินค้าไว้เป็นจำนวนมากๆ เนื่องจากหากขายไม่หมดอาจจะทำให้สินค้าล้าสมัย หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพได้ หากสินค้าขายไม่หมดก็อาจจะนำมาลดราคา หรือนำมาเป็นของแถมสำหรับทำโปรโมชั่น เพื่อช่วยกระจายสินค้าเดิมออกไปก้ได้ ซึ่งจะเป็นผลดีในการขายและช่วยให้เงินที่ลงทุนไม่จมไปกับสินค้าที่ค้างสต๊อคนั่นเอง บริหารจัดการสินค้าในสต๊อค                จากตารางด้านบน จะเห็นว่าการซื้อสินค้ามาสต็อคไว้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการสั่งซื้อหรือผลิตเข้ามาเก็บไว้ด้วย แนวทางการบริหารสินค้าคงเหลือในสต๊อค สามารถทำได้ดังนี้ 1.ควรมีการบันทึกสินค้าเข้าออกทุกครั้งเมื่อมีการซื้อเข้ามา หรือขายออกไป 2.บันทึกสินค้าคงเหลือทุกครั้งหลังปิดการขายในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าใดบ้างที่ต้องซื้อเพิ่ม และสินค้าใดบ้างที่ต้องกระจายออกไป 3.กำหนดจำนวนขั้นต่ำของสินค้าคงเหลือแต่ละชนิด ว่ามียอดคงเหลือปริมาณเท่าไร จึงจะต้องสั่งซื้อเพิ่มเข้ามาไว้ในสต๊อค 4.สรุปยอดขายของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อจะได้รู้ว่าสินค้าใดขายดี 5.ควรเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี ไม่ควรกักตุนสินค้าไว้ในปริมาณมากๆ หากร้านค้ามีการบริหารจัดการสินค้าในสต๊อคอยู่เป็นประจำแล้ว จะช่วยให้ง่ายในการตรวจสอบ และจัดหาสินค้ามาขายได้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการสรุปรายงานการขาย และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้อีกด้วย […]

สินค้าอะไรขายด้วย e-Commerce ได้บ้าง

สินค้าอะไรขายด้วย e-Commerce ได้บ้าง

สินค้าอะไรขายด้วย e-Commerce ได้บ้าง สินค้าที่ขายผ่าน e-Commerce ได้นั้นมีทุกอย่าง ไม่ได้มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับความพอใจและเชื่อใจกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่อาจแบ่งให้เห็นภาพชัดขึ้นได้ เช่น บริการ เช่น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก บริการสปา เสริมสวย ฯลฯ สินค้า ซึ่งอาจแบ่งเป็น สินค้าที่จับต้องได้ เช่น เสื้อผ้า ของใช้ อุปโภค บริโภค หรือสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อย่างสินค้าดิจิตอล เช่น แอพพลิเคชั่นมือถือ ซอฟแวร์ เพลง ภาพยนตร์ รูปภาพ รหัส หรือ ไอเท็มในเกม ฯลฯ ส่วนสินค้าที่อาจจะไม่เหมาะสำหรับการขายผ่าน e-Commerce นั้นก็มีอยู่บ้าง เช่น สินค้าที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ไม่สะดวกในการจัดส่งผ่านไปรษณีย์ หรือ สินค้าที่มีอายุการใช้งานสั้น หรือ เน่าเสียได้ง่าย เช่นผักผลไม้บางประเภท (ซึ่งหากมีระบบการจัดส่งได้เอง ก็อาจจะสามารถรับคำสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบ e-Commerce ได้ เช่นกัน)

ข้อดีข้อเสียของ e-Commerce

ข้อดีข้อเสียของ e-Commerce

ข้อดีข้อเสียของ e-Commerce การค้าขายออนไลน์นั้นอาจมีทั้งประสบความสำเร็จ หรือขดทุนก็ได้ เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากเราบริหารจัดการไม่ดีก็อาจไปไม่รอดได้ ซึ่งข้อดี – ข้อเสียในการเปิดร้านออนไลน์พอสรุปได้ดังนี้ ข้อดีของการทำ e-Commerce มีต้นทุนในการขายที่ต่ำ ลดต้นทุนในการเดินทาง สะดวกในการโต้ตอบกับลูกค้า ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ เพียงมีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตได้ สามารถทำเพียงคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างคน ช่วยประหยัดต้นทุนด้านแรงงาน มีเครื่องสือสำรวจสถิติที่เอื้ออำนวยต่อการปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้า ลูกค้าเข้าถึงได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปเอง เปิดค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถลงโฆษณา และขายได้ทั่วโลก และสามารถเลือกเจาะกลุ่มการโฆษณาไปยังลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย ลดการต่อรอง ไม่จำเป็นต้องมีสต๊อคสินค้า ก็สามารถสร้างร้านค้าขนาดใหญ่ได้ ข้อเสียของการทำ e-Commerce มีการแข่งขันสูง อาจโดนตัดราคาได้ง่าย ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องมีความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต ร้านค้าในอินเทอร์เน็ตมีหลายร้าน ยากต่อการค้นเจอ อาจต้องเสียค่าใช้จา่ยเพื่อปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้สวยงาม เสี่ยงต่อการถูกแฮก หรือแจ้งสแปมทำให้ร้านค้าโดนปิด สินค้าจับต้องไม่ได้ หากลูกค้าได้รับสินค้าที่ไม่ตรงกับภาพ อาจถูกโจมตีได้ การจัดส่งต้องใช้เวลาหลายัน และลูกค้าจะต้องเสียค่าจัดส่งเพิ่ม สำหรับผู้เริ่มต้นที่จะมีธุรกิจออนไลน์เป็นของตัวเอง ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการจะขยายกลุ่มเป้าหมาย การขายสินค้าในรูปแบบของการทำ e-Commerce หรือการขายสินค้าทางออนไลน์ ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเป็นช่องทางในการเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น  

รู้จักกับ e-Commerce

basic e-commerce

รู้จักกับ e-Commerce   พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรือที่เรียกว่า อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เป็นการดำเนินการซื้อขายสินค้า และ บริการด้วยสื่ออิเลกทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ต พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการซื้อขายกันแบบออนไลน์นั่นเอง การค้าในรูปแบบ e-Commerce นั้นจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนและกระบวนการดำเนินงานให้น้อยลง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ขยายตลาดได้กว้าง สามารถซื้อขายได้ทุกที่ ทุกเวลา เตรียมพร้อมเข้าสู่ e-Commerce เมื่อพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การค้าขายแบบออนไลน์กันแล้ว มาดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่คุณจะเปิดร้านค้าให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกชมสินค้าด้วยความประทับใจ เพราะฉะนั้นจึงควรใส่ใจขั้นตอนและรายละเอียดในการเตรียมตัวให้ดีก่อน เมื่อถึงเวลาเปิดร้านจริงแล้วคุณกจะสามารถสร้างความประทับใจลูกค้าและสร้างยอดขายให้คุณได้อย่างน่าพอใจ โดยมีประเด็นหลักๆ ดังนี้ กำหนดงบการลงทุน เป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผนงบการขายสินค้า เพราะจะเป็นตัวกำหนดให้เราใช้เงินลงทุนในงบที่กำหนด ป้องกันการใช้งบบานปลาย หาสินค้ามาขาย การหาสินค้าที่จะนำมาขายนั้นสามารถหาซื้อได้จากหลายแหล่ง ทั้งนี้ราคาและคุณภาพอาจแตกต่างกันออกไป จึงควรลงพื้นที่สำรวจสินค้าเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด หรือบางคนอาจจะมีสินค้าอยู่แล้ว ก็สามารถนำสินค้าตัวเองมาลงขายแบบออนไลน์เลยก็ได้ ช่องทางการขายสินค้า ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์มีหลากหลายเว็บไซต์ให้เลือก ซึ่งมีทั้งลงขายแบบฟรีและมีค่าใช้จ่ายทั้งนี้ต้องศึกษากลุ่มลูกค้าและการเข้าถึงได้ให้มากที่สุด การโต้ตอบกับลูกค้า เมื่อขายสินค้าแล้วต้องหมั่นอัพเดทเว็บไซต์ให้มีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ และการโต้ตอบในกรณีที่มีลูกค้าสอบถามมา ควรบตอบอย่างทันท่วงที การเก็บเงินและจัดส่งสินค้า เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าแล้วควรจัดเตรียมขั้นตอนการชำระเงินให้มีความหลากหลายเพื่อความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการจัดส่งสินค้าควรระบุค่าธรรมเนียมในการจัดส่งให้ชัดเจนด้วย บริการหลังการขาย การใส่ใจลูกค้าและรับผิดชอบหากเกิดกรณีผิดพลาด […]

นิตยสาร E-commerce สำหรับเสริมความรู้ด้านไอที

e-commerce-magazine

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการอัพเดทเรื่องราวในวงการไอที เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ loans in 24 hrs ตอนแรกๆ ที่ผมติดตามมา เหมือนจะเน้นๆ อีคอมเมิร์ซมากกว่าไอที (หรือเปล่า จำไม่ได้ครับ นานแล้ว) แต่ตอนหลังๆ เหมือนหนังสือไอทีเล่มนึงแล้วล่ะครับ ผมชอบติดตามด้านไอที แต่ก็แหละนะครับ เพราะ e-commerce หมายถึงการค้าขายด้วยระบบไอที แต่สำหรับผู้ประกอบการที่เน้นเรื่องการส่งออก หรือ การบริหาร การจัดการ เล่มนี้อาจจะไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ครับ