รู้จักกับ e-Commerce

รู้จักกับ e-Commerce

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรือที่เรียกว่า อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เป็นการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ต พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือการซื้อขายกันแบบออนไลน์นั่นเอง

การค้าในรูปแบบ e-Commerce นั้น จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนและกระบวนการดำเนินงานให้น้อยลง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ขยายตลาดได้กว้าง สามารถซื้อขายได้ทุกที่ ทุกเวลา

เตรียมพร้อมเข้าสู่ e-Commerce

เมื่อพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การค้าขายแบบออนไลน์กันแล้ว มาดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่คุณจะเปิดร้านค้าให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกชมสินค้าด้วยความประทับใจ เพราะฉะนั้นจึงควรใส่ใจขั้นตอนและรายละเอียดในการเตรียมตัวให้ดีก่อน เมื่อถึงเวลาเปิดร้านจริงแล้วคุณก็จะสามารถสร้างความประทับใจลูกค้าและสร้างยอดขายให้คุณได้อย่างน่าพอใจ โดยมีประเด็นหลักๆ ดังนี้

กำหนดงบการลงทุน

เป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผนงบการขายสินค้า เพราะจะเป็นตัวกำหนดให้เราใช้เงินลงทุนในงบที่กำหนด ป้องกันการใช้งบบานปลาย

หาสินค้ามาขาย

การหาสินค้าที่จะนำมาขายนั้นสามารถหาซื้อได้จากหลายแหล่ง ทั้งนี้ราคาและคุณภาพอาจแตกต่างกันออกไป จึงควรลงพื้นที่สำรวจสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีตรงกับความต้องการลูกค้ามากที่สุด หรือบางคนอาจจะมีสินค้าอยู่แล้วก็สามารถนำสินค้าตัวเองมาลงขายแบบออนไลน์เลยก็ได้

ช่องทางการขายสินค้า

ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์มีหลากหลายเว็บให้เลือก ซึ่งมีทั้งลงขายแบบฟรี และมีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องศึกษากลุ่มลูกค้า และการเข้าถึงให้ได้มากที่สุด

การโต้ตอบกับลูกค้า

เมื่อขายสินค้าแล้วต้องหมั่นอัพเดทเว็บไซต์ให้มีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ และการโต้ตอบในกรณีที่มีลูกค้าสอบถามมา
ควรตอบอย่างทันท่วงที

การเก็บเงินและจัดส่งสินค้า

เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าแล้ว ควรจัดเตรียมขั้นตอนการชำระเงินให้มีความหลากหลายเพื่อความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการจัดส่งสินค้าควรระบุค่าธรรมเนียมในการจัดส่งให้ชัดเจนด้วย

บริการหลังการขาย

การใส่ใจลูกค้าและรับผิดชอบหากเกิดกรณีผิดพลาด เป็นประเด็นสำคัญในการมัดใจลูกค้าให้กลับมาอุดหนุนเราอีกในอนาคต

ข้อดี-ข้อเสียของ e-Commerce

การค้าขายออนไลน์นั้นอาจมีทั้งประสบความสำเร็จ หรือขาดทุนก็ได้ เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากเราบริหารจัดการไม่ดีก็อาจไปไม่รอดได้ ซึ่งข้อดี-ข้อเสียในการเปิดร้านออนไลน์พอสรุปได้ดังนี้

ข้อดี

-มีต้นทุนในการขายที่ต่ำ ลดต้นทุนในการเดินทาง
-สะดวกในการโต้ตอบลูกค้า ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ เพียงมีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตได้
-สามารถทำเพียงคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างคน ช่วยประหยัดต้นทุนด้านแรงงาน
-มีเครื่องมือสำรวจสถิติที่เอื้ออำนวยต่อการปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้า
-ลูกค้าเข้าถึงได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปเอง
-เปิดค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
-สามารถลงโฆษณา และขายได้ทั่วโลก และสามารถเลือกเจาะกลุ่มการโฆษณาไปยังลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย
-ลดการต่อรอง
-ไม่จำเป็นต้องมีสต๊อคสินค้า ก็สามารถสร้างร้านค้าขนาดใหญ่ได้

ข้อเสีย
-มีการแข่งขันสูง อาจโดนตัดราคาได้ง่าย
-ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องมีความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต
-ร้านค้าในอินเทอร์เน็ตมีหลายร้าน ยากต่อการค้นเจอ
-อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อปรับแต่งหน้าเว็บให้สวยงาม
-เสี่ยงต่อการถูกแฮก หรือแจ้งสแปมทำให้ร้านโดนปิด
-สินค้าจับต้องไม่ได้ หากลูกค้าได้รับสินค้าที่ไม่ตรงกับภาพ อาจถูกโจมตีได้
-การจัดส่งต้องใช้เวลาหลายวัน และลูกค้าจะต้องเสียค่าจัดส่งเพิ่ม

สำหรับผู้เริ่มต้นที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการจะขยายกลุ่มเป้าหมาย
การขายในรูปแบบ e-Commerce หรือขายของออนไลน์ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะเป็นช่องทางในการเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น

สินค้าอะไรขายด้วย e-Commerce ได้บ้าง

สินค้าที่ขายผ่าน e-Commerce ได้นั้นมีทุกอย่าง ไม่ได้มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับความพอใจและเชื่อใจกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
แต่อาจแบ่งให้เห็นภาพชัดขึ้นได้ เช่น

-บริการ เช่น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก บริการสปา เสริมสวย ฯลฯ

-สินค้า ซึ่งอาจแบ่งเป็น สินค้าที่จับต้องได้ เช่น เสื้อผ้า ของใช้ อุปโภค บริโภค หรือสินค้าที่จับต้องไม่ได้
อย่างสินค้าดิจิตอล เช่น แอพ ซอฟต์แวร์ เพลง หนัง รูปภาพ รหัสหรือไอเท็มในเกม ฯลฯ

ส่วนสินค้าที่อาจไม่เหมาะสำหรับการขายผ่าน e-Commerce เช่น สินค้าที่มีน้ำหนักมากไม่สะดวกในการส่งไปรษณีย์ หรืออายุสั้น เน่าเสียได้ง่าย เช่น ผักผลไม้บางประเภท (ซึ่งหากมีระบบการจัดส่งเอง ก็อาจรับออเดอร์ผ่านระบบ e-Commerce ได้)

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *