แค่ปรับความคิด ก็ทำงานให้ได้มากขึ้น

4453018910_9d02aaf925_o
เพราะยิ่งทำมาก ก็ยิ่งได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานมากขึ้น ได้ผลงานมากขึ้น หรือทำงานมากขึ้น ได้เงินเยอะขั้นก็ตาม แล้วทุกคนก็จะเริ่มเครียดจาก ‘งานมากขึ้น เงินมากขึ้น และปัญหาก็มากขึ้น’ แต่กลายเป็นว่าความเครียดก็ย้อนกลับมาเป็นตัวทำลายความสามารถในการทำงานของเราเอง เพราะอย่างนั้นเราจึงต้องจัดการมันให้สิ้นซาก
หยุดเสียเวลาไปกับความเครียด
เราเลือกได้ว่าจะเครียดหรือไม่ แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นก็เถอะ แรกเริ่มนั้นความเครียดจะก่อตัวขึ้นในหัวแล้วจึงส่งมายังร่างกาย เราจึงต้องเลือกยังไงล่ะ

ความจริงแล้วเวลาในหนึ่งวันก็เพียงพอแล้วให้จัดการทุกๆ เรื่องได้ แต่ปัญหาคือช่วง 12.00-14.00 เป็นเวลาที่ทุกคนส่งอีเมล โทรติดต่อกัน หรือมาเคาะประตูห้องจนคุณรู้สึกว่าไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจเลย

งั้นขอถามกลับว่าช่วงก่อนนั้นมีใครรบกวนคุณหรือเปล่าล่ะ นั่นเป็นเหตุผลว่าเวลาช่วงเช้าเหมาะสุดแล้วที่จะสะสางงานให้เสร็จสักสองสามชิ้น เพราะจิตใจเรายังสงบและสมองก็มีประสิทธิภาพการทำงานเต็มร้อย เรียนรู้ที่จะจัดการความคิดของตัวเองซะ แค่ต้องตื่นตัวแต่ผ่อนคลาย สงบนิ่งแต่จดจ่อ มีสติ ครุ่นคิด แต่อย่ามากเกินไป

ปฏิเสธ
อาจฟังเหมือนง่าย แต่หลายคนกลับไม่รู้วิธีปฏิเสธ เมื่อคุณทำอะไร จงจดจ่ออยู่กับมัน 100% อย่าได้ทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน อย่าคิดเรื่องอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งหมายความว่าอย่าให้คนอื่นมารบกวน เพราะสมองจะใช้เวลาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพรวมของปัญหานั้นๆ หากต้องจัดการปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน มันก็เหมือนกับการไล่ตามกระต่ายสองตัว แล้วสุดท้ายก็จับไม่ได้เลยสักตัว เลือกสักทำเพียงสักอย่างซะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการทำงานหลายๆ อย่างจะเป็นเรื่องแย่ ลองอ่านต่อด้านล่างซิ

เลือกงานที่จะทำพร้อมกันให้ดี
ใช่แล้ว เมื่อกี้เราบอกว่าให้ปฏิเสธคนอื่นเพื่อจะได้ไม่ต้องทำานพร้อมกันก็จริง แต่ทุกอย่างก็ต้องมีข้อยกเว้น

ขั้นแรกเลยคืออย่าเลือกทำงานประเภทที่ต้องใช้สมาธิและความคิดไปพร้อมๆ กัน เช่นงานประเภทเขียนอีเมล คุยโทรศัพท์ หรือคิดวางแผนงานต่างๆ เพราะหากทำไปพร้อมกันแล้ว มันจะดึงสมาธิและความคิดกันเองจนเราไม่อาจทำงานใดงานหนึ่งได้ดี

ส่วนงานที่เหมาะจะจับคู่ทำไปพร้อมๆ กันก็คืองานที่ไม่ต้องใช้ความคิดมากมาย งานที่ทำซ้ำๆ ด้วยความเคยชิน เช่น กรอกข้อมูล ก็อปและวางข้อมูล อ่านจดหมายเตือน หรือชงกาแฟ

ดังนั้นเคล็ดลับก็คือ หากงานเยอะจนต้องเลือกวิธีทำหลายอย่างพร้อมกัน ให้เลือกทำงานสำคัญก่อน ทุ่มสมาทธิและความสนใจงานนั้นอย่างเต็มที่ ส่วนงานง่ายๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิหรือการตัดสินใจใดๆ ก็ให้นำมาจับคู่ทำไปพร้อมๆ กันซะ

คิดเตรียมไว้ก่อน
การประชุมและการเบรนสตรอมที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนก็คือการเสียเวลาไปเปล่าๆ ลองเปลี่ยนมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประชุมดีกว่า เตรียมพร้อมล่วงหน้าว่าเราจะประชุมเรื่องนั้นๆ ยังไง และลองคิดว่าตัวเราจะตัดสินใจยังไง คิดถึงทางเลือกหรือการแก้ปัญหา และอย่าลืมจินตนาการด้วยว่าในที่ประชุมจะตอบสนองต่อความเห็นของเรายังไง ลองซ้อมบทพูดเมื่อว่าง อาจเป็นระหว่างทางไปทำงานหรือออกกำลังกาย แล้วมันจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์โดยรวม แถมยังช่วยลดเวลาการประชุมอีกด้วย

ช่องการประชุมก็สำคัญ ลองเลือกประชุมทางโทรศัพท์ WhatsApp, Skype หรือช่องทางอื่นๆ ที่ช่วยให้เราเดินทางน้อยลง เพราะความจริงแล้วการประชุมก็ไร้ประโยชน์ เว้นแต่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อลงมติข้อตกลง ดังนั้นตั้งเป้าผลลัพธ์ไว้ก่อนที่จะตกลงเข้าประชุม

พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัว
ไม่ว่าจะไปไหน อย่าลืมพกโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟนติดตัวเสมอ เพราะจะได้ลองทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้

  • เขียนบันทึก ทั้งไอเดียที่อาจแวบขึ้นมา สรุปการประชุม ตามงานหรือติดต่อบุคคลต่างๆ และที่สำคัญ อย่าลืมเขียนแผนงานของวันพรุ่งนี้ด้วย
  • เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานบ้าง ลองหิ้วเครื่องมือเหล่านี้ไปทำงานในร้านกาแฟ แล้วเขียนแผนงาน คำแนะนำ หรือแม้กระทั่งทำบัญชี เพราะการเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยให้ทำงานได้เพิ่มมากขึ้น
  • ใช้สำรวจตัวเอง เปลี่ยนเวลาการทำงานเพื่อดูว่าช่วงเวลาไหนเราทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพ อาจสลับมาทำงานตอนค่ำหรือดึก
  • ใช้บันทึกและจัดหมวดหมู่งานให้เป็นระเบียบ ยิ่งถ้าเราเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการแล้วละก็ ระเบียบคือสิ่งสำคัญ แล้วมันจะช่วยได้ให้ชีวิตวุ่นวายน้อยลง ใช้เวลาหาสิ่งๆ น้อยลง จนเหลือเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้อีก

รู้สึกผิด
บางทีการรู้สึกผิดที่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เป็นตัวกระตุ้นเราสร้างชีวิตที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม ลองปรับความรู้สึกผิดให้เป็นไปในทางที่ดีด้วยวิธีเหล่านี้

  • นับเวลาที่เหลืออยู่ เพราะเวลาคือสิ่งมีค่าซึ่งได้มาฟรีๆ จงตระหนักถึงความสำคัญนี้ซะ อย่าปล่อยให้มันสูญเปล่าโดยไม่เพิ่มศักยภาพด้านเวลาด้วยการทำงานให้หนักขึ้น
  • คิดถึงอาหารที่เรากินเข้าไป ความพยายามและการลงแรงปลูก รอ เก็บเกี่ยว ล่า และฆ่าเพื่อเป็นอาหารแต่ละมื้อ แล้วเราจะตอบแทนสังคมอย่างไรให้คุ้มค่าอาหารพวกนั้นคนซึ่งทำงานขณะเราหลับ ไม่สำคัญว่าเราเด็กแค่ไหน แต่มันสำคัญว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร ทำอะไรสำเร็จแล้วบ้าง และสร้างอะไรเพื่อตัวเองและคนอื่น แล้วสิ่งที่ทำคือสิ่งที่เราอยากให้คนจดจำหรือเปล่า
  • ลองฝึกฝนการรู้สึกผิด นึกถึงช่วงเวลาที่รู้สึกผิดและอับอาย สัมผัสและจดจำความรู้สึกนั้นเอาไว้ แล้วเราใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์และไร้จุดหมายก็ให้นึกถึงความรู้สึกผิดและอับอายนั้น ฝึกบ่อยๆ แล้วเราจะทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เริ่มเลย
หากทำตามข้อแนะนำแล้ว ทั้งประชุมให้ฉลาดขึ้น รู้จักปฏิเสธ ตัดสิ่งรบกวนขณะทำงาน เลือกประเภทงานทำพร้อมๆ กันให้ดี พกโน้ตบุ๊กตลอดเวลา และรู้สึกผิด เราก็อาจจะกลายเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจเงินล้านได้ไม่ยาก และเพราะเราไม่อยากเป็นคนธรรมดา เราก็ต้องทำสิ่งไม่ธรรมดา แม้ว่าคำแนะนำพวกนั้นจะดูยากไปสักนิดก็ตาม

ที่มา : http://www.hongkiat.com/blog/balancing-stress-productivity/
รูปภาพ : https://www.flickr.com/photos/phillip/366255473/in/photostream/

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *