โครงการผู้ประกอบการใหม่ สัปดาห์แรก

วันเสาร์ และ อาทิตย์ต่อไปนี้ผมต้องไปเข้าห้องเรียนกับพี่ๆ เพื่อน ๆ ในโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่
โดยรุ่นที่ 3/2552 ของผมนี้ จะมีการอบรมระหว่างวันที่ 18 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2552
ซึ่งหน่วยร่วมที่ผมได้เข้าเรียนนี้ จัดโดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพแห่งประเทศไทยครับ

สัปดาห์แรกของการเรียน : วันที่  18-19 เมษายน 2552

วันเสาร์ : เป็นวันที่ผมมาเข้าเรียนไม่ทัน เนื่องจากสงกรานต์ปี 2552 นี้ผมไปเข้าวัดถือศีล 8 มาเป็นเวลา 6 วันครับ (จริง ๆตั้งใจจะให้ครบ 7 วันครับ) แต่ว่าวันเสาร์ที่บ้านผมที่นครสวรรค์ มีการทำบุญครบรอบ 100 วันของคุณลุงครับ และช่วงสงกรานต์ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้านเลย ก็เลยได้แค่ 6 วัน , กลับมาเรื่องอบรม ผมก็ถามเพื่อน ๆ พี่ๆ และ เจ้าหน้าที่ครับว่าเมื่อวันเสาร์มีเรียนเรื่องอะไรไปบ้าง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า เป็นการแนะนำเรื่องต่างๆ ที่เราต้องเรียนและสิ่งที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจครับ ตอนบ่ายๆ ก็มีกิจกรรมเพื่อละลายพฤติกรรมของนักเรียนให้เข้ากัน รักกัน และ จะได้ช่วยเหลือกัน ระหว่างเรียนได้ครับ แบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย รู้สึกว่า ผมได้อยู่กลุ่ม ขนมหวาน (ผมยังไม่ทราบที่มาของชื่อกลุ่มเหมือนกันครับ)

วันอาทิตย์ : วันนี้เป็นการเกริ่นนำอีกเช่นเคย เป็นการสอนโดยอาจารย์ นพพร (อาจารย์ครับ ผมจำนามสกุลอาจารย์ไม่ได้ ต้องกลับไปที่บ้านดูเอกสารก่อน) ก็มีเรื่องของการตอบตัวเองให้ได้ว่า “คุณแน่ใจเหรอว่าอยากเป็นผู้ประกอบการ”, คุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถประสบความสำเร็จ กับการเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้, และ สอบถามเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นของแต่ละธุรกิจที่นักเรียนเสนอมา
นักเรียนที่ไม่มาวันเสาร์ มี 3 คนครับ มีผม และ พี่ปิ๊ก(ทนายความสาว) online pokies และ อีกท่านนึงน่าจะเป็นคุณเอม รับจัดดอกไม้สด-แห้ง
เลยโดนเรียกออกไปหน้าห้องเพื่อชี้แจ้ง และให้เพื่อนๆ รุมถามคำถาม ที่จะต้องเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเรียน
ทำให้บรรยากาศ ไม่ตื่นตระหนกเกินไปสำหรับนักเรียนร่วมชั้นที่เพิ่งมาใหม่อย่างผม

การเรียนการสอนอาจารย์เน้นว่า จะเป็นการเรียนสอนสร้างให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ที่ รู้จักพอเพียง ทำธุรกิจไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเ้น้นไปที่ลูกค้ากลุ่มไฮโซ การจัดแต่งร้านเน้นการใช้สมอง การใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ อาจารย์บอกว่าจริงๆ แล้วปีก่อนๆ รัฐบาลลงทุนให้ครับโครงการ เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่นี้ ปีละหลายร้อยร้าน แต่ว่าพอมาปี 2552 นี้ เหลือแค่ประมาณ 100 – 200 ล้าน (ทั่วประเทศนะครับ) แต่ผมมานั่งดูๆ แล้วคิดว่าคงเป็นเพราะมีโครงการต้นกล้าอาชีพ

ซึ่งผมไปดูรายละเอียดแล้วเห็นว่า มีการเรียนการสอนต่อเนื่องยาวไปถึงประมาณกลางปีเลยครับ และสำหรับผู้เข้าเรียนโครงการต้นกล้าอาชีพนี้ ผมเห็นแว๊บๆ ว่ามีการให้ค่าเบี้ยเลี้ยงด้วยวันละ 160 บาท ตลอดหลักสูตร เมื่อมองจุดนี้ก็เลยคิดว่างบประมาณสำหรับโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่น่าจะถูกโยกไปให้โครงการนี้แทน อาจเป็นเพราะการให้ผู้ที่อยากทำธุรกิจ เสนอมา ไม่เหมาะกับสภาพสังคมของประเทศไทย เลยจับหลักสูตรมัดมือชกไปเลยแล้วให้ลงชื่อเข้าเรียนแทน คนไทยก็เป็นซะแบบนี้อ่ะ ไม่ค่อยคิดอะไรให้มากความ เรียนๆ ไปแล้วก็ทำธุรกิจเหมือน ๆ กันออกมา

เรียนไปได้เงิน พอจบออกมาไม่ได้เบี้ยเลี้ยงก็มีสองทางเลือกว่าจะไปนั่งใบ้ไร้อาชีพอีก หรือว่าจะเอาความรู้่ที่ได้มาเอาไปลงมือประกอบอาชีพจริงๆ เท่านั้นเองครับ ผมดีใจที่รัฐบาลสนับสนุนเรื่องรากหญ้าให้ทำมาหากินเองเป็นจะได้จ่ายภาษีกลับคืนมา ไม่ใช่อะไรๆ ก็เรียกร้องประท้วงกัน ทั้งๆ ภาษีก็ไม่ได้จ่ายให้รัฐบาลแท้ๆ (แอบเคือง) แต่คนเรามีหลายทางเลือกครับ และต่างคนต่างมีความจำเป็นแตกต่างกันไปโทษใครไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมและรู้จัก “ลงทุนในตัวเองก่อน” แล้วจึงค่อยไปลงทุนในอย่างอื่น

ดังนั้นไม่ว่าคุณหรือใครที่อยากจะเป็นผู้ประกอบการ หรือ แค่อยากทำอะไรให้สำเร็จ อย่างแรกคือหาความรู้ให้ตัวเอง แล้วเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่จะเข้ามาถึงเสมอนะครับ แล้วก็ค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์๋็แล้วก้าวเข้าไปให้ใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ วันนึงก็ต้องถึงจนได้ครับ

“ขนาดยอดชาเขียวชั้นเลิศ หนอนชาเขียวเคลื่อนที่ละกระดื้บ ๆ ยังไปกินได้เลยครับ”

ระวังจะอายหนอนมันนะครับ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *