ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2

ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2

เตรียมตัวอย่างไร เพื่อขายแต่ละรูปแบบ

สิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมในการเปิดร้านค้าออนไลน์ นอกจากตัวสินค้าที่จะขายแล้ว ยังจะต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ด้วย

1. ข้อมูลสร้างเว็บไซต์

-กำหนดชื่อเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์

– จดชื่อโดเมนเนม เลือกโดเมนเนมให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจ

-เช่าเว็บโฮสติ้ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ และเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง
ให้เหมาะกับขนาดของข้อมูล และความจำเป็นในการใช้งานมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
มีพื้นที่ในการจัดเก็บเพียงพอ ปริมาณข้อมูลและความเร็วที่รับ-ส่งไม่จำกัดจนเกินไป
รวมทั้งมีการสำรองข้อมูลในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของระบบด้วย

2. ข้อมูลร้านค้า

-ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไว้สำหรับติดต่อกับลูกค้า แสดงว่ามีตัวตนจริง

-อีเมล์สำหรับติดต่อ หรือ Social Media ต่างๆ ที่ให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับร้านค้าได้

3. ข้อมูลธุรกิจ

-การสั่งซื้อสินค้า ระบุวิธีการสั่งซื้อให้ชัดเจน ควรให้ง่ายและสะดวกแก่ผู้ใช้
โดยอาจจะทำเป็นระบบตระกร้าสินค้า หรืออาจจะเป็นการสั่งซื้อทางอีเมล์
หรือมีแบบฟอร์มการสั่งซื้อเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้

การชำระเงิน ควรให้มีระบบการชำระเงินที่หลากหลาย รองรับการใช้งานได้ครอบคลุม
กับกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรชำระเงินต่างๆ เป็นต้น

การจัดส่งสินค้า ควรเลือกการขนส่งที่เป็นมาตรฐาน เหมาะกับธุรกิจ
สามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้ และถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย

การให้บริการหลังการขาย เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการขาย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า
เพื่อรักษาให้ลูกค้ามีความไว้วางใจและอยากจะเป็นลูกค้าต่อไป

4. รายละเอียดและรูปสินค้า
ควรอธิบายข้อมูลของสินค้าให้ครบถ้วน เช่น สี ขนาด ราคา
นอกจากนี้รูปตัวอย่างสินค้าที่แสดงก็ควรจะปรับให้ดูสวยงาม แต่ไม่เกินจริง เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของลูกค้าได้ง่ายขึ้น

 

marketplace

marketplace

 

5. ข้อมูลสำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน

เลขที่บัญชีธนาคาร สำหรับให้ลูกค้าโอนเงินเข้าเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า
ซึ่งควรจะเปิดบัญชีไว้มากกว่า 1 ธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้

บัตรเครดิต ไว้สำหรับหักบัญชี ในกรณีทำธุรกรรมการชำระเงิน ผ่านบัญชีต่างๆ เช่น Paypal, Paysbuy หรืออื่นๆ

6. เลือกรูปแบบการสร้างร้านค้าออนไลน์
โดยเลือกว่าจะสร้างร้านค้าออนไลน์ในรูปแบบใด
เช่น สร้างเว็บไซต์เอง จ้างคนทำเว็บไซต์ สร้างเว็บสำเร็จรูปจากผู้ให้บริการต่างๆ โดยพิจารณาเงินลงทุน และขนาดของธุรกิจด้วย

7. ช่องทางทำการตลาด ขาย โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO
การใช้สื่อ Social Media การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ซึ่งควรจะมีการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค
คู่แข่งขัน และปัจจัยที่มีผลต่อการขายด้วย เพื่อสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนในการขาย และการโปรโมทเว็บไซต์ได้

8. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
หลังจากมีเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์แล้ว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และขอใช้เครื่องหมายรับรอง กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในภาคผนวก ก และที่ www.trustmarkthai.com) เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในการตัดสินใจทำธุรกรรมซื้อขายสินค้ากับผู้ประกอบการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผู้ประกอบการได้ว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *