เมื่อ Hugo Boss และ Calvin Klein ประกาศเปิด shop อย่างเป็นทางการบน Tmall.com

Hugo Boss in Tmall.com

จากโพสต์ที่แล้วที่เล่าให้ฟังว่า เพียงแคมเปญเดียว Aliexpress ก็สามารถขายสินค้าที่กองเป็นภูเขาเลากา… ได้สูงเท่ากับความสูงของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก นั่นก็คือสินค้าที่ขายได้เทียบเท่ากับเอาภูเขา Everest 136 ภูเขาซ้อนกัน ไปแล้ว  ข่าวล่าสุดที่วงการ E-Commerce ของจีนสร้างความฮือฮา ให้กับวงการ E-Commerce จีนก้าวไปอีกขั้น ก็คือการที่ Brand Hugo Boss  และ Calvin Klein ได้เข้าไปเปิด virtual shops บนเว็บไซต์ Tmall.com (ซึ่ง Tmall เป็นบริษัทลูกของ Alibaba) โดย Tmall เป็นเว็บไซต์ B2C ที่ใหญ่ที่สุดในจีน

Aliexpress เผยสถิติ ขายสินค้าวันเดียวกองได้สูงเท่าภูเขา Everest 136 ลูกซ้อนกัน

RELIVE11.11 สถิติ Aliexpress

หลังจากที่ Aliexpress เคยจัด Campaign 11 Nov จนประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในปี 2013, พอมาในปี 2014 นี้ Aliexpress โดย Jack Ma บุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน ก็ไม่ทำให้การรอคอยของนักช้อปออนไลน์ต้องผิดหวัง เมื่อวันที่ 11 Nov 2014 ที่ผ่านมาแคมเปญจัดไปอย่างน่าสนใจ และร้านค้ารวมถึงสินค้าที่นำมาขึ้น campaign ก็ดึงดูดนักช้อปออนไลน์ ไม่เพียงเฉพาะแต่ในจีนเท่านั้น นักช้อปจากทั่วโลกก็เข้าไปช้อปปิ้งกับแคมเปญ 11.11 ครั้งนี้กันอย่างถล่มทลาย สำหรับสถิติที่ Aliexpress ทำการเผยออกมานั้น ก็ได้มีการทำสรุปเรียบเรียงเป็นภาพให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าแคมเปญครั้งนี้ของ Aliexpress ก็ยังสามารถสร้างสถิติที่น่าประทับใจให้กับวงการอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี มาดูกันดีกว่าว่า สถิติล้ำๆ ที่เรายังไม่เคยเห็น จากวงการอีคอมเมิร์ซมีอะไรบ้าง

เนื้อหาอะไรบ้างที่ควรมีบนเว็บไซต์ E-Commerce ของคุณ

เนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ e-commerce

รู้จักกับเว็บไซต์ องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของอินเทอร์เน็ตก็คือ เว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์เป็นแหล่งหลักที่เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอบนอินเทอร์เน็ตเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถเข้าไปอ่านหรือชมได้นั่นเอง ในปัจจุบันองค์กรและบริษัทห้างร้านต่างๆ จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ของตนเองอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่จะใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ e-commerce ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในด้านธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วยเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ จะพบกับหน้าแรกที่เรียกว่าโฮมเพจ (Home Page) ซึ่งเป็นหน้าหลักของเว็บเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของเว็บไซต์นั้น ว่าต้องการนำเสนออะไร ซึ่งจะประกอบไปด้วยโลโก้สินค้าหรือบริการ ภาพสินค้า ปุ่มหรือเมนูที่บอกว่าในเว็บนี้แบ่งเนื้อหาเป็นกี่หัวข้อ ป้ายโฆษณาเชิญชวนให้ผู้ชมคลิกเพื่อเปิดหน้าเว็บเพจย่อยอื่นๆ เนื้อหาที่ควรมีในเว็บไซต์ เนื้อหาที่แสดงอยู่ในแต่ละเว็บไซต์นั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบใด ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะนำเสนอและจุดเด่นที่ต้องการให้มีซึ่งจะทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละเว็บไซต์แตกต่างกันออกไป แต่หลักๆ แล้วพอสรุปได้ว่าข้อมูลพื้นฐานที่ควรจะมีในเว็บไซต์ประกอบด้วยข้อมูลดังนี้ 1. ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท องค์กร ร้านค้า หรือผู้จัดทำ (About Us) คือข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อบอกให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และต้องการนำเสนออะไร เช่น วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ ประวัติและความเป็นมา สถานที่ตั้งเลขทะเบียนพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าร้านค้ามีตัวตนอยู่จริง 2. รายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Product/ Service Information) คือข้อมูลหลักที่เรานำเสนอ ซึ่งหากเป็นเว็บไซต์ทางธุรกิจผู้ชมจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ หรือบริการ รวมทั้งอาจมีการเปรียบเทียบราคาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ […]

ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2

marketplace

ช่องทางการขายบน e-Commerce ตอนที่ 2/2 เตรียมตัวอย่างไร เพื่อขายแต่ละรูปแบบ สิ่งที่จะต้องเตรียมให้พร้อมในการเปิดร้านค้าออนไลน์ นอกจากตัวสินค้าที่จะขายแล้ว ยังจะต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ด้วย 1. ข้อมูลสร้างเว็บไซต์ -กำหนดชื่อเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ – จดชื่อโดเมนเนม เลือกโดเมนเนมให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจ -เช่าเว็บโฮสติ้ง ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ และเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง ให้เหมาะกับขนาดของข้อมูล และความจำเป็นในการใช้งานมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มีพื้นที่ในการจัดเก็บเพียงพอ ปริมาณข้อมูลและความเร็วที่รับ-ส่งไม่จำกัดจนเกินไป รวมทั้งมีการสำรองข้อมูลในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของระบบด้วย 2. ข้อมูลร้านค้า -ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไว้สำหรับติดต่อกับลูกค้า แสดงว่ามีตัวตนจริง -อีเมล์สำหรับติดต่อ หรือ Social Media ต่างๆ ที่ให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับร้านค้าได้ 3. ข้อมูลธุรกิจ -การสั่งซื้อสินค้า ระบุวิธีการสั่งซื้อให้ชัดเจน ควรให้ง่ายและสะดวกแก่ผู้ใช้ โดยอาจจะทำเป็นระบบตระกร้าสินค้า หรืออาจจะเป็นการสั่งซื้อทางอีเมล์ หรือมีแบบฟอร์มการสั่งซื้อเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ –การชำระเงิน ควรให้มีระบบการชำระเงินที่หลากหลาย รองรับการใช้งานได้ครอบคลุม กับกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การจ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรชำระเงินต่างๆ เป็นต้น –การจัดส่งสินค้า ควรเลือกการขนส่งที่เป็นมาตรฐาน เหมาะกับธุรกิจ […]

รู้จักกับ e-Commerce

basic e-commerce

รู้จักกับ e-Commerce พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรือที่เรียกว่า อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เป็นการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ต พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือการซื้อขายกันแบบออนไลน์นั่นเอง การค้าในรูปแบบ e-Commerce นั้น จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนและกระบวนการดำเนินงานให้น้อยลง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ขยายตลาดได้กว้าง สามารถซื้อขายได้ทุกที่ ทุกเวลา เตรียมพร้อมเข้าสู่ e-Commerce เมื่อพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การค้าขายแบบออนไลน์กันแล้ว มาดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่คุณจะเปิดร้านค้าให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกชมสินค้าด้วยความประทับใจ เพราะฉะนั้นจึงควรใส่ใจขั้นตอนและรายละเอียดในการเตรียมตัวให้ดีก่อน เมื่อถึงเวลาเปิดร้านจริงแล้วคุณก็จะสามารถสร้างความประทับใจลูกค้าและสร้างยอดขายให้คุณได้อย่างน่าพอใจ โดยมีประเด็นหลักๆ ดังนี้

Feature การซื้อสินค้าโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ดีหรือไม่ อย่างไร

Shopping Cart abandonment rate

 ควรมีระบบการซื้อแบบไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือไม่            ลองนึกภาพตัวเราเองเปิดหน้าเว็บเข้ามาดูสินค้า มีหลายปัจจัยมากที่คอยดึงเราให้เปลี่ยนใจไปเลือกหาซื้อสินค้าจากร้านค้าอื่นๆ (ทั้งร้านค้าออนไลน์ และร้านค้า ที่มีหน้าร้านจริงๆ )  ซึ่งทางที่จะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้ ก็คือปัจจัยตัวที่ 2 จากสูตรการขายสินค้า Sale = Visitor x Conversion X Average Spending นั่นก็คือ % ในการขายได้ (Conversion rate) reputable advice regarding money วิธีหนึ่งที่ช่วยได้ก็คือการเพิ่มความสะดวกในการเพิ่มสินค้าเข้าตะกร้าสินค้าแล้วสะดวกต่อการชำระเงินให้มากที่สุด วิธีที่ผมเอามาแนะนำวันนี้ก็คือ การมีระบบให้มีการสั่งซื้อสินค้าโดยยังไม่ต้องลงทะเบียนก่อน แน่นอนว่าข้อมูลสำหรับการติดต่อลูกค้าเพื่อการเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ในอนาคตนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่การที่ลูกค้าเพิ่งจะผ่านเข้ามาเจอเว็บไซต์ของเรา และยังไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือทดลองสินค้าและบริการจากร้านของเรา และการทำการสั่งซื้อจากร้านค้าของเราผ่านระบบตะกร้าสินค้าก็อาจจะยังไม่ค่อยถนัดหรือสะดวกนัก (ถ้าหากเป็นการซื้อสินค้าผ่าน E-Market Place ใหญ่ๆ เช่น eBay, Amazon ที่มีระบบตะกร้าสินค้าที่ลูกค้ารู้จักก็จะง่ายสำหรับลูกค้ามากกว่า) ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการจากลูกค้ามากที่สุดก็คือ ยอดขายสินค้า (แต่แน่นอนว่าควรจะได้มาด้วยสินค้า และ บริการที่ดี เน้น คุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณนะครับ) […]

การทำ E-Commerce จำเป็นต้องมีการวัดผลตลอดเวลา

website-traffic

50 E-Commerce Technic #1. การทำ E-Commerce จำเป็นต้องมีการวัดผลตลอดเวลา!       ผู้ประกอบการออนไลน์ส่วนมากมักทำการค้าขายออนไลน์โดยที่มองข้าม หรือเอาเข้าจริงๆ อาจจะไม่มีความรู้เรื่องการวัดผลค่าสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนออนไลน์ ซึ่งเทคนิคที่จะแนะนำนี้ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งร้านค้ามือใหม่ และร้านค้าที่เคยติดตั้งระบบวัดผลอย่าง Google Analytics เอาไว้แล้ว แต่อาจจะยังใช้ Feature หรือ อ่านค่าต่างๆ จาก Google Analytics  ไม่เต็มศักยภาพ ยังคงสามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้เช่นกัน  การทำร้านค้าออนไลน์ส่วนมากผู้ประกอบการมักจะมัวยุ่งกับการทำกิจกรรมอื่นๆ ในด้านการค้ามากกว่าที่จะทำการวิเคราะห์หรือวัดสถิติต่างๆ ซึ่งจริงๆ อาจจะค่อยๆ เรียนรู้และเลือกใช้เทคนิค เหล่านี้ในเบื้องต้นไปก่อนก็ได้ครับ ค่าต่างๆ จาก Googel Analytics (หรือระบบวัดผลอื่นๆ ที่ท่านไปเปิดร้านค้าออนไลน์ด้วย)  ค่าต่างๆ ที่ร้านค้าควรนำมาวิเคราะห์มีดังต่อไปนี้ครับ (บางส่วน ซึ่งหากจะเอารายการที่ต้องวัดค่าทั้งหมดนี่สามารถ list รายการออกมาได้อาจจะถึงร้อยรายการ)  E-Commerce KPI   ก่อนจะไปถึงค่าสถิติที่ต้องการขอให้เจ้าของร้านค้าทำความเข้าใจ สูตรในตำนานสำหรับการทำการค้าขายออนไลน์ก่อนนะครับ Sale = Visitor […]

ขายสินค้าออนไลน์อย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

E-Commerce engagement

ขายสินค้าออนไลน์อย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ   พ่วงการบริการ (Service) การเพิ่มยอดขายด้วยการให้บริการ เป็นเหมือนการพ่วงบริการเสริมหรือบริการพิเศษที่คุณนำเสนอไปพร้อมกับการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันสินค้า หากชำรุดหรือเสียหายก่อนระยะเวลารับประกัน หากเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเอง หรือรับมาขายอีกทีคุณก็สามารถทำใบรับประกันจากทางร้านคุณเองได้ง่ายๆก็จะทำให้ลูกค้าอุ่นใจขึ้นในกรณีที่สินค้ามีมูลค่าสูง รวมไปถึงบริการจัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้าน ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความสะดวกสบาย ประทับใจในการบริการและอยากกลับมาใช้บริการใหม่ การบริการจึงถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คอยมัดใจลูกค้าที่เคยผ่านประสบการณ์ดีๆ จากทางร้าน และบอกต่อกับคนอื่นๆ ให้มาอุดหนุนและใช้บริการอีกทอดหนึ่ง หลักการให้การบริการที่ดี มีอยู่ 3 ข้อหลักๆดังนี้ 1.บริการด้วยความเร็ว ไม่ว่าใครๆก็ต้องการบริการที่รวดเร็ว ทันใจ และอย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วก็ต้องมาควบคู่กับคุณภาพด้วย ไม่ใช่เร็วแต่สินค้าเสียหาย ก็จะยิ่งทำให้เสียทั้งเวลา เสียทั้งงาน จึงต้องมีการจัดการที่ดีด้วย 2.ประหยัดเงินและเวลา เมื่อบริการลูกค้าดี และรวดเร็วแล้วย่อมประหยัดเงิน เวลาทั้งของลูกค้าและร้านค้า ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ร้านค้าเองก็สามารถปิดการขายและคำนวณรายรับได้อย่างรวดเร็ว เห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำ 3.เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผู้ให้บริการ การบริการที่ดีย่อมทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ยินดีที่จะกลับมาใหม่ถึงแม้ว่าอาจจะราคาแพงกว่า แต่ถ้าแลกมาซึ่งความพึงพอใจ และความไว้วางใจก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาเลยทีเดียว การเพิ่มความประทับใจด้วยการสมนาคุณให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษกว่าใคร เป็นกลยุธ์อีกอย่างที่ทำให้มัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยความสดใหม่ของการค้าขายออนไลน์ที่สามารถนำเสนอทั้งข้อมูลสินค้าและบริการได้โดยตรงกับลูกค้า ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการทำโปรโมชั่นโดนใจไปยังลูกค้าได้ทันที ไม่ว่าจะทำเป็นโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ประเภทนี้ไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าแน่นอนอยู่แล้ว การทำโปรโมชั่นเหล่านี้นอกจากช่วยยอดขายให้เติบโตขึ้นแล้ว […]

ข้อควรรู้ ทำอย่างไรให้ผู้เข้าเว็บไซต์ กล้าตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านของคุณ

E-Commerce Conversion factor

ข้อควรรู้ ทำอย่างไรให้ผู้เข้าเว็บไซต์ กล้าตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านของคุณ การขายสินค้าออนไลน์ นอกจากจะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักแล้ว ยังต้องรู้จักฐานลูกค้าเดิม และเพิ่มลุกค้ารายใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการส่งเสริมการขายใดๆ จะต้องตอบสนองกิจกรรมการซื้อของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ก่อนซื้อ ขณะซื้อ และหลังการซื้อ การให้บริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบพูดคุย เหมือนเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นกันเอง และหากสินค้าดีมีคุณภาพ แน่นอนว่าลูกค้าเดิมต้องกลับมาซื้ออีกแน่นอน อย่างไรก็ตามมีหลากหลายเทคนิคที่จะทำให้คุณไปสู่ความสำเร็จ โดยจะนำเสนอเป็นหัวข้อๆดังนี้     รู้เขารู้เรา ศึกษาการตลาด และคู่แข่ง เพื่อสร้างความแตกต่าง ในกรณีที่สินคาของคุณไม่ได้เป็นสินค้าที่ผลิตเอง หรือแบบไม่แตกต่างจากคนอื่น ย่อมมีคู่แข่งเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นควรมีการสำรวจตลาดว่าแต่ละร้านมีกลยุทธ์ค้าขายอย่างไรบ้าง เพื่อนำมาปรับสร้างความแตกต่าง เมื่อศึกษาคู่แข่งแล้วก็ต้องหันมาวิเคราะห์ แผนการขายของร้านคุณว่ามีจุดเด่นและจุดด้อยอะไรบ้าง เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจ และให้ได้ผลกำไรมากที่สุด การสร้างภาพลักษณ์ และสร้างตรายี่ห้อ (Image) เมื่อหาจุดเด่นของสินค้าคุณได้แล้วก็ต้องสร้างภาพและชื่อสินค้า เพื่อให้ลูกค้าจดจำสินค้าของคุณได้ ก่อนอื่นก็ต้องสร้างจุดเด่นนี้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ลองนึกดูว่าถ้าจะบอกลูกค้าว่าสินค้าดี จะต้องบอกลูกค้าว่าอย่างไร ให้พูดสั้นๆ ง่ายๆ และเข้าใจ เช่น สะดวกในการใช้ บำรุงรักษาง่าย ปลอดภัย ทันสมัย ราคาไม่แพง คุณภาพสูง มีการรับประกันคุณภาพสินค้า และอื่นๆ อีกมากมายที่สามรถนำมาพูดกับลูกค้า […]

สต๊อคสินค้าสำคัญอย่างไร ต่อธุรกิจ E-Commerce

ecommerce-stock

จุดประสงค์ของการสต๊อคสินค้า เพื่อนต้องการให้สินค้ามีเพียงพอต่อการขาย หากสินค้าชิ้นใดขายดีก็ควรจะมีการผลิต หรือหามาเก็บไว้ในปริมาณที่มากเช่นกัน ซึ่งการนำสินค้ามาไว้ในสต๊อกก็ควรพิจารณาหลายๆอย่างประกอบด้วย เช่น สิ้นค้าขายดี อายุการใช้งาน ระยะเวลาในการเก็บรักษา ความนิยมของสินค้าในแต่ละช่วง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาสิ้นค้าไว้ขายทั้งสิ้น สต๊อคอย่างไรของไม่ขาว เงินไม่จม การจัดการสต๊อคเป็นส่วนสำคัญของการขายของบนเว๊บไซต์e-Commerce เพราะถ้าหากลูกค้าสนใจและสั่งซื้อแล้ว ก็ต้องมีสิ้นค้าพร้อมจัดส่งทุกเมื่อ จึงต้องมีการอัพเดทสต๊อคสินค้าจริงและสินค้าบนหน้าเว็บร้านค้าให้มีความสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ควรเลือกสต๊อคสินค้าแต่ละประเภทตามความต้องการของตลาดโดยขอยกตัวอย่างตามตารางด้านล่างดังนี้   การสั่งซื้อสินค้าไว้สำหรับขาย เจ้าของร้านเองควรจะสั่งซื้อในปริมาณที่พอดีกับการขาย ไม่กักตุนสินค้าไว้เป็นจำนวนมากๆ เนื่องจากหากขายไม่หมดอาจจะทำให้สินค้าล้าสมัย หมดอายุ หรือเสื่อมคุณภาพได้ หากสินค้าขายไม่หมดก็อาจจะนำมาลดราคา หรือนำมาเป็นของแถมสำหรับทำโปรโมชั่น เพื่อช่วยกระจายสินค้าเดิมออกไปก้ได้ ซึ่งจะเป็นผลดีในการขายและช่วยให้เงินที่ลงทุนไม่จมไปกับสินค้าที่ค้างสต๊อคนั่นเอง บริหารจัดการสินค้าในสต๊อค                จากตารางด้านบน จะเห็นว่าการซื้อสินค้ามาสต็อคไว้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการสั่งซื้อหรือผลิตเข้ามาเก็บไว้ด้วย แนวทางการบริหารสินค้าคงเหลือในสต๊อค สามารถทำได้ดังนี้ 1.ควรมีการบันทึกสินค้าเข้าออกทุกครั้งเมื่อมีการซื้อเข้ามา หรือขายออกไป 2.บันทึกสินค้าคงเหลือทุกครั้งหลังปิดการขายในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าใดบ้างที่ต้องซื้อเพิ่ม และสินค้าใดบ้างที่ต้องกระจายออกไป 3.กำหนดจำนวนขั้นต่ำของสินค้าคงเหลือแต่ละชนิด ว่ามียอดคงเหลือปริมาณเท่าไร จึงจะต้องสั่งซื้อเพิ่มเข้ามาไว้ในสต๊อค 4.สรุปยอดขายของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อจะได้รู้ว่าสินค้าใดขายดี 5.ควรเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี ไม่ควรกักตุนสินค้าไว้ในปริมาณมากๆ หากร้านค้ามีการบริหารจัดการสินค้าในสต๊อคอยู่เป็นประจำแล้ว จะช่วยให้ง่ายในการตรวจสอบ และจัดหาสินค้ามาขายได้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการสรุปรายงานการขาย และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้อีกด้วย […]