ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์…ดีจริงหรือแค่อินเทรนด์ ?

ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์…ดีจริงหรือแค่อินเทรนด์ ?

4 day work week

4 day work week

เมื่อไม่นานมานี้ เริ่มมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องการทำงานเพียงแค่ 4 วันต่อสัปดาห์จากบรรดาบล็อกเกอร์และองค์กรทั่วทุกสารทิศ
ไหลเข้าหูซ้ายและวนเวียนอยู่ในสมองของเหล่าพนักงานออฟฟิศผู้มีความหวัง
ไม่มีมนุษย์เงินเดือนหน้าไหนกล้าปฏิเสธว่าการทำงานเพียงแค่ 4 วันและมีวันหยุดยาวถึง 3 วันต่อสัปดาห์คือสวรรค์ชั้นยอด
แต่ในทางกลับกัน นายจ้างอาจไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้ประโยชน์ที่แท้จริงของมันนั่นเอง

แม้จะรู้ดีว่าประสิทธิภาพในการทำงานไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจำนวนวันหรือชั่วโมงในการทำงานเลย
แต่คนจำนวนมากยังคงปักใจเชื่อเรื่องการทำงานวันละ 8 ชั่วโมงหรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ดังนั้น มาดูกันดีกว่าการทำงานเพียงแค่สัปดาห์ละ 4 วันนั้นดีอย่างไร ยิ่งถ้าเป็นบริษัทที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งแนะนำให้อ่าน!

ใช้เวลาน้อยเท่าไร ยิ่งเสียเวลาน้อยเท่านั้น

ตลอดเวลาในออฟฟิศ มีคนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ใส่ใจกับงานโดยไม่วอกแวกไปไหน
ส่วนที่เหลือมักออกนอกลู่นอกทางไปหากาแฟกินบ้าง เปิด Facebook ดูบ้าง เพื่อเติมสีสันให้กับ 8 ชั่วโมงอันน่าเบื่อ
ดังนั้น ชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน อาจไม่สามารถการันตีได้ว่าพนักงานจะใช้ทุกวินาทีเพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากงานที่ได้รับมอบหมายต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า
ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากต้องตกอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมอันจำกัดจำเขี่ย
แต่ความคิดสร้างสรรค์กลับเจริญเติบโตได้ดีหากได้รับอิสระ และนี่คือเหตุผลที่พนักงานควรใช้เวลาในการทำงานน้อยลงกว่าเดิม
ดังที่ Jason Fried CEO ชื่อดังแห่ง Basecamp ได้กล่าวว่า  
“งานที่ใช้เวลาทำแค่ 4 วัน ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าใช้เวลาทำถึง 5 วันเสียอีก”
ขนาดเด็กนักเรียนยังได้มีโอกาสปิดเทอม เพื่อพักสมองและลดความเบื่อหน่ายจากการเรียนหนังสือ แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
อะไรๆ ก็ดูจริงจังไปหมด เวลาพักผ่อนจึงเหลือน้อยลงทุกที ไม่แปลกเลยที่บางคนทำงานทั้งปีโดยที่ไม่เคยได้ลาหยุดพัก

เคล็ดลับจากเรา : หากไม่อยากให้พนักงานของคุณเตร็ดเตร่ไปมาในออฟฟิศ ลดเวลาทำงานให้น้อยลงกว่าเดิม
เชื่อเถอะว่าผลงานที่ได้ต้องดีขึ้นแน่ๆ  ลองดูตัวอย่างจาก The kicker บริษัทสัญชาติสวีเดนที่กำหนดเวลาทำงานแค่วันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้น
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มระดับความสุข ประสิทธิภาพในการทำงาน และสุขภาพที่ดีให้กับพนักงาน

เวลาส่วนตัวมาก ยิ่งทำงานได้อย่างเป็นสุข

สมมติว่าเจ้านายต้องการให้คุณออกแบบเว็บไซต์สัก 5 หน้า โดยมีกำหนดส่งภายใน 1 อาทิตย์ ถ้าคุณหลงใหล
และมีความสามารถด้านการออกแบบเว็บไซต์อยู่แล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดที่คุณจะจัดการมันให้เสร็จ
หรืออาจถึงขั้นยอกทำโอทีเพื่อเอาใจเจ้านายเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้ปลื้มมันขนาดนั้น แถมทักษะด้านการออกแบบเว็บไซต์เท่ากับศูนย์
ส่งผลให้คุณต้องใช้เวลาแรมเดือนเพื่อทำงานนี้ คุณย่อมรู้สึกเหนื่อยแน่นอน จริงไหม?

 

ไม่มีใครอยากใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับงานหรอกน่า

ในปัจจุบันหลายบริษัทให้วันหยุดกับพนักงานเพียงแค่ 1-2 วัน แลกกับการทำงานล่วงเวลาตลอดทั้งสัปดาห์
เวลาเพียงเท่านี้แค่นอนหลับพักผ่อนอยู่กับบ้านก็แทบไม่พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเวลาสำหรับครอบครัว เพื่อน และตัวของพวกเขาเอง
วิถีชีวิตแบบนี้อาจดูดีเลิศในสังคมของชาวตะวันตก มันอาจเป็นสิ่งที่แสดงถึงความทุ่มเทเอาจริงเอาจัง (หรือเรียกอีกอย่างว่าบ้างาน!)
แต่สำหรับพวกเราชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมองว่าการทำงานล่วงเวลาแสดงถึงความไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสะสางงานทุกอย่างได้ตามกำหนด

รู้หรือไม่ว่า ประเทศที่ประชาชนมีชั่วโมงในการทำงานสั้น เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุด
แถมเศรษฐกิจในประเทศก็อยู่ในเกณฑ์ดีเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลน์ เนเธอร์แลนด์ หรือสวีเดน
ต่างก็ถูกจัดอันดับโดย World Happiness Report ให้เป็น 5 ประเทศที่มีระดับความสุขสูงที่สุดในโลกประจำปี พ.ศ. 2556
แน่นอนว่าเมื่อประชากรในประเทศมีความสุข ย่อมส่งผลให้ศักยภาพในการทำงานของพวกเขาสูงขึ้น มีอายุที่ยืนยาวขึ้น
ในขณะที่อัตราการเกิดอาชญากรรมกลับลดลง

หลายคนอาจสงสัยว่า 5 ประเทศที่ได้กล่าวไปข้างต้นมีชั่วโมงในการทำงานมากน้อยแค่ไหน
The Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
โดยประเทศที่มีชั่วโมงทำงานน้อยที่สุดในโลกคือ
ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 29 ชั่วโมงเท่านั้น ตามด้วย
เดนมาร์กและนอร์เวย์ (33 ชั่วโมง)
สวิตเซอร์แลนด์ (35 ชั่วโมง) และสวีเดน (36 ชั่วโมง)
ถ้าเทียบกับชาวอเมริกัน พนักงานบริษัทชาวสวีดิชทำงานน้อยกว่าถึง 143 ชั่วโมงทีเดียว น่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ

ความพึงพอใจในการทำงาน คือเครื่องหมายรับประกันความสามารถและความภักดีต่อองค์กร

จงบอกเหตุผลที่เพื่อนร่วมงานพากันทยอยเปลี่ยนงานไปทีละคนสองคนมาสักข้อ
เชื่อเถอะว่าไม่ใช่อยู่ๆ พวกเขาดันนึกอยากเปลี่ยนงานขึ้นมากระทันหัน
แต่ตัวแปรสำคัญคือการไม่มีความพอใจในงานที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก

เวลาสัมภาษณ์งานหลายคนคงเคยเจอคำภามที่ว่า “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนงานใหม่”
บางครั้งบางคราวเราอาจตอบว่า เพราะเงินเดือนน้อยแสนน้อย หรือระบบบริษัทช่างห่วยแตกสิ้นดี
แต่คำตอบที่เราตอบผู้สัมภาษณ์บ่อยที่สุดคือ อยากได้รับโอกาสที่ดีกว่า ซึ่งรออยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่ใช่บริษัทที่กำลังจากมาแน่นอน
เหตุผลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ World Happiness Report ที่เปิดเผยว่า
คนที่มีความสุขในที่ทำงาน จะมีความผูกพัน และพยายามพัฒนาผลงานของตัวเองอยู่สมอ

ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทที่มีอัตราการลาออกของพนักงานสูงลิ่ว ถึงเวลาต้องค้นหาปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความสนใจของพนักงานแล้วล่ะ
ซึ่งโดยทั่วไปมักมีแค่ไม่กี่อย่าง เช่น ความปลอดภัย การได้รับการยอมรับ จุดมุ่งหมาย และอิสระในการทำงาน
แต่ถ้าคุณอยากเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เราแนะนำให้ศึกษาทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ซึ่งมีแค่ 4 ข้อเท่านั้น
แต่ 4 ข้อนี้สามารถช่วยให้พนักงานของคุณมีความสุขขึ้นได้ แล้วคุณจะเห็นว่า “ความสุข”
เป็นเชือกล่องหนที่เกี่ยวกระหวัดให้พนักงานทำงานให้คุณได้นานเท่านานอย่างเต็มใจ

การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์สามารถแก้ไขปัญหาการลาออกจากงานของพนักงานได้เช่นกัน
พนักงานที่มีความสุขจะหาจุดมุ่งหมายในชีวิตเจอได้อย่างง่ายดาย และจะทำอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ไปถึงจุดหมายนั้น
ซึ่งย่อมทำให้คนรอบตัวยอมรับในความสามารถอันโดดเด่นของเขา อันนำไปสู่ความรู้สึกปลอดภัย
และสุดท้ายพวกเขาจะมีเวลาสำหรับใช้ชีวิตของตัวเอง

เคล็ดลับจากเรา :  ทำอย่างไรจึงจะคว้าคนเจ๋งๆ มาร่วมงานได้ ลองใส่รายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มวันหยุดลงไป
ในหน้าเพจรับสมัครงานของคุณซิ ใครล่ะจะอยากพลาดข้อเสนอสุดพิเศษอย่างการทำงานแค่เพียง 4 วันต่อสัปดาห์!
และถ้าคุณกำลังจะเริ่มตั้งบริษัทของตัวเอง หรือ ออกจากงานมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว

อย่าลืมพิจารณาถึงประโยชน์ของการทำงานแบบนี้ แม้ว่าการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์จะได้รับความนิยมมากกว่า
แต่สิ่งที่ต้องคำนึกถึงจริงๆ คือแรงจูงใจในการการทำงานทั้งของตัวคุณเองและพนักงานของคุณด้วย แน่นอนว่าเงินเป็นหนึ่งในนั้น
แต่เราก็ยังเชื่อว่าการทำงานเพียงแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ก็สามารถกลายร่างเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้กับทุกคนได้เช่นกัน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *